รถรับจ้างขนของ น้ำมันเครื่องรถยนต์ เติมมาก-เติมน้อย มีผลต่อเครื่องยนต์ที่เราไม่เคยรู้

รถรับจ้างขนของ น้ำมันเครื่องรถยนต์ เติมมาก-เติมน้อย มีผลต่อเครื่องยนต์ที่เราไม่เคยรู้ เรื่องของน้ำมันเครื่องรถยนต์ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับเครื่องยนต์แต่ละประเภท และก็ยังจะมีในเรื่องของระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง คราวนี้เราก็จะมาดูกันในเรื่องของการเติมน้ำมันเครื่องหากมีการเติมน้ำมันเครื่องมาเกินไป หรือ น้อยเกินไปนั้นจะส่งผลอย่างไร

การเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไปจะส่งผลดังนี้

-หากมีการเติมน้ำมันเครื่องมากไปข้อเหวี่ยงจะทำการวิดน้ำมันเครื่องผ่านแหวนลูกสูบไปเผาไหม้ ทำให้การเผาไหม้นั้นไม่หมดจนเกิดเป็นเขม่าจับที่ห้องเผาไหม้ ซึ่งจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์เกิดการสึกหรอที่เร็วขึ้น

-เมื่อมีการเติมน้ำมันเครื่องที่มากไปจะทำให้น้ำมันเครื่องดันออกตามซีลเครื่องต่างๆ ทำให้เกิดการรั่วซึมตามซีลเครื่อง

-การที่เติมน้ำมันเครื่องมากไปยังส่งผลให้ห้องเพลาข้อเหวี่ยง มีแรงดันที่มากผิดปกติ

-ทำให้เครื่อยนต์นั้นร้อนจัดและทำให้รถนั้นวิ่งไม่ออก

การเติมน้ำมันเครื่องน้อยเกินไปนั้นจะส่งผลดังนี้

-จะทำให้ปั๊มน้ำมันเครื่องนั้นไม่สามารถดูดน้ำมันเครื่องส่งไปหล่อลื่นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ได้ผลที่ตามมานั้นจะทำให้เครื่องยนต์พังแน่นอน\

น้ำมันดีเซลพรีเมียม กับ ดีเซลธรรมดา ต่างกันอย่างไร ? ทำไมราคาถึงต่างกัน แล้วรถเราเหมาะกับ ดีเซล?

น้ำมันเชื้อเพลิง คือ ปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญสูงสุด ที่จะช่วยให้ทุกการขับเคลื่อนของยานพาหนะยอดนิยมหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ โดยไม่ว่ารถเหล่านี้จะออกแบบมาเลิศเลอเพอร์เฟ็กต์ขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “น้ำมัน” หรือ “เชื้อเพลิง” รถเหล่านั้นก็คงไม่สามารถโลดแล่น หรือใช้ประโยชน์ได้อย่างที่ควรจะเป็น

ในปัจจุบันมีเชื้อเพลิงหลากหลายรูปแบบให้เลือก

รูปแบบของน้ำมันหรือเชื้อเพลิงที่พบเห็นในปัจจุบัน เรียกได้ว่ามีความแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของเครื่องยนต์หรือรูปแบบการใช้งาน น้ำมันดีเซลเป็นหนึ่งในประเภทของเชื้อเพลิงที่มีความต้องการในการใช้งานสูงที่สุด เนื่องจากยานพาหนะหลากหลายชนิด ออกแบบมาให้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเพื่อการขับเคลื่อน ซึ่งรวมไปถึงบรรดาเครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มักจะใช้เครื่องยนต์ดีเซล อันเลื่องชื่อในเรื่องความทนทาน สามารถรองรับการใช้งานแบบหนักหน่วงได้ยาวนาน ให้แรงบิดสูงในรอบเครื่องยนต์ต่ำ นั่นเป็นข้อดีที่ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลได้รับความนิยมในวงกว้าง และส่งผลให้ผู้ผลิตต่างเร่งพัฒนาให้มีสมรรถนะที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแต่ก่อนที่มีเพียงแค่ระบบปั๊มเชื้อเพลิงกลไก ก็พลิกโฉมสู่การใช้เชื้อเพลิงไฟฟ้าแรงดันสูง ควบคุมการสั่งจ่ายด้วยกล่อง ECU หรือที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันในชื่อของ Commonrail ที่มีความแม่นยำในการจ่ายเชื้อเพลิงมากกว่า ภายใต้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่มีความละเอียดอ่อนมากกว่านั่นเอง

ปั๊มเชื้อเพลิงสำหรับสร้างแรงดันในระบบ

หัวฉีดคอมมอนเรล Piezo ที่หลายค่ายนิยมใช้

เมื่อเครื่องยนต์ดีเซลได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีชั้นสูง ค่ายเชื้อเพลิงต่างๆ จึงต้องเร่งคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับการใช้งานให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งแน่นอนว่านี่คือ ที่มาของการคิดค้น น้ำมันดีเซลเกรดพรีเมี่ยม ที่แต่ละแบรนด์ก็จะมีส่วนผสมพิเศษที่แตกต่างกันออกไปตามสูตรเฉพาะตัว โดยมีจุดประสงค์ในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น การช่วยลดการปล่อยไอเสีย ลดควันดำ จากส่วนผสมที่เน้นให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งล่าสุดหลายๆ ค่ายการันตีว่าผ่านมาตรฐานไอเสียในระดับยูโร 5, ความสะอาดและบริสุทธิ์ของตัวน้ำมันที่เหนือกว่าดีเซลทั่วๆ ไป ซึ่งในปัจจุบันจะมาในรูปแบบของไบโอดีเซลแทบจะทั้งสิ้น, สมรรถนะการขับเคลื่อนที่เหนือกว่า จากการเผาไหม้อย่างหมดจด ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ให้อัตราเร่งที่ดี และประหยัดว่า เนื่องจากมีค่าซีเทนสูงกว่า ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือ สิ่งที่เหนือว่าของน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมี่ยม

สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อสงสัยของหลายๆ คนก็คือ “แล้วอย่างนี้ จะเลือกใช้ดีเซลเกรดพรีเมี่ยม หรือเกรดธรรมดา คุ้มค่าหรือไม่กับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 บาท/ลิตร แน่นอน…น้ำมันดีเซลเกรดพรีเมี่ยม มีต้นทุนในการคิดค้น วิเคราะห์ อีกทั้งยังต้องมีส่วนผสมที่สลับซับซ้อน ส่งผลให้มีราคาสูงกว่า ซึ่งต่างกับน้ำมันเกรดธรรมดา ที่โดยส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของไบโอดีเซล B5 มีส่วนผสมของน้ำมันที่สกัดมาจากพืชผลการเกษตร 5% ซึ่งเรื่องของความบริสุทธิ์ คงไม่อาจเทียบเท่าน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมี่ยม ที่มาในรูปแบบของดีเซล + สารเพิ่มประสิทธิภาพ เรื่องที่พิสูจน์ได้ยาก หรืออาจจะต้องใช้ความรู้สึก เช่น แรงขึ้นหรือไม่ ประหยัดกว่าขนาดไหน อาจจะไม่ใช่ตัวเลขที่เห็นได้ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนยังเชื่อว่า…เหนือกว่าในระยะยาว ก็คือ เรื่องความสะอาดของน้ำมัน ที่อาจไม่ได้มีผลทันตาเห็น แต่เมื่อนานๆ ไป การเลือกใช้น้ำมันที่ดี จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้ โดยเฉพาะในส่วนของระบบเชื้อเพลิง ที่ในปัจจุบันทุกค่ายเปลี่ยนมาใช้หัวฉีดไฟฟ้าแรงดันสูงซึ่งมีความละเอียดอ่อน หากเลือกใช้น้ำมันดีๆ จะช่วยลดโอกาสการอุดตัน ชำรุด สึกหรอของชุดหัวฉีดคอมมอนเรลที่มีค่าตัวสูงลิบลิ่วในระดับกว่า “แสนบาท” ดังนั้น…หากจะคิดว่าคุ้มหรือไม่กับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นลิตรละ 3 บาท อยากให้ใช้เหตุผลนี้มาประกอบการตัดสินใจด้วย”